Monday, October 19, 2009

ข้อสอบข้อที่ 6.

6. Hva er riktig?

1. Kjøringen blir mer sikker om bilføreren velger piggfrie dekk uansett årstid og føre.
2. Riktig lufttrykk i hjulene har ikke betydning for rullemotstanden.
3. Dekk som er bredere enn originaldimensjonen vil minske rullemotstanden.
4. Eksos fra kjøretøy kan føre til helseskader hos mennesker.

คำตอบที่ถูกต้องคือ 4. Eksos fra kjøretøy kan føre til helseskader hos mennesker.

ข้อสอบข้อที่ 5.

5. Hvilken påstand om mørkekjøring er riktig?

1. Parklys kan brukes i stedet for langlys i skumringstimen.
2. Siktstrekningen fram til en fotgjenger uten refleks kan være så kort som 15-30m når jeg kjører med nærlys i mørket.
3. Alle motorvogner skal alltid benytte nærlys/ kjørelys ved mørkekjøring på en strekning der det ikke er til ulempe for møtende kjøretøy.
4. Kjørelys og parklys er det samme.

คำตอบที่ถูกต้องคือ 2. Siktstrekningen fram til en fotgjenger uten refleks kan være så kort som 15-30m når jeg kjører med nærlys i mørket.

ข้อสอบข้อที่ 4.

4. Hvilken påstand er riktig?

1. Reaksjonslengden når jeg kjører med en hastighet på 80 km/t er normalt ca. 10 meter.
2. Bremselengden økes til det dobbelte hvis friksjonen (grepet mellom vei/ dekk) halveres.
3. Bremselengden når jeg kjører i 80 km/t på tørr asfalt skal ikke overstige 60 meter ved maksimalbremsing.
4. Hvis farten økes til det dobbelte, økes bremselengden til det 3 dobbelte.

คำตอบที่ถูกต้องคือ 2. Bremselengden økes til det dobbelte hvis friksjonen (grepet mellom vei/ dekk) halveres.

ข้อสอบข้อที่ 3.

3. Hvilken påstand er riktig mht særlige bestemmelser om kjørefarten?

1. Motorvogn som har tilhenger uten bremser, må ikke kjøres fortere enn 70 km i timen når tilhengeren har aktuell totalvekt 300 kg eller mer.
2. På gågate eller gatetun skal det ikke kjøres fortere enn 50 km/t.
3. Motorvogn som har tilhenger uten bremser, må ikke kjøres fortere enn 60 km i timen når tilhengeren har aktuell totalvekt 500 kg eller mer.
4. Motorvogn som har tilhenger uten bremser, må ikke kjøres fortere enn 60 km i timen når tilhengeren har aktuell totalvekt 300 kg eller mer.

คำตอบที่ถูกต้องคือ 4. Motorvogn som har tilhenger uten bremser, må ikke kjøres fortere enn 60 km i timen når tilhengeren har aktuell totalvekt 300 kg eller mer.

ข้อสอบข้อที่ 2.

2. Hvilken påstand er riktig?

1. Dersom ikke annen fartsgrense er fastsatt ved offentlig trafikkskilt, må det i tettbygd strøk ikke kjøres fortere enn 30 km/t, og utenfor tettbygd strøk ikke fortere enn 80 km/t.
2. Dersom ikke annen fartsgrense er fastsatt ved offentlig trafikkskilt, må det i tettbygd strøk ikke kjøres fortere enn 50 km/t, og utenfor tettbygd strøk ikke fortere enn 80 km/t.
3. Dersom ikke annen fartsgrense er fastsatt ved offentlig trafikkskilt, må det i tettbygd strøk ikke kjøres fortere enn 40 km/t, og utenfor tettbygd strøk ikke fortere enn 80 km/t.
4. Dersom ikke annen fartsgrense er fastsatt ved offentlig trafikkskilt, må det i tettbygd strøk ikke kjøres fortere enn 50 km/t, og utenfor tettbygd strøk ikke fortere enn 70 km/t.

คำตอบที่ถูกต้องคือ2. Dersom ikke annen fartsgrense er fastsatt ved offentlig trafikkskilt, må det i tettbygd strøk ikke kjøres fortere enn 50 km/t, og utenfor tettbygd strøk ikke fortere enn 80 km/t.

ข้อสอบข้อที่ 1.

1. Det er anlagt et eget avkjøringsfelt på vegen. Hvilken påstand er riktig?


1. Jeg bør holde farten oppe og bremse først når jeg er inne på avkjøringsfeltet.
2. Jeg må bremse ned farten før jeg kjører inn på avkjøringsfeltet.
3. Avkjøringsfeltet ender ofte opp i en sving som kan være glatt om vinteren. derfor bør du ned til ca. 20 km/t før avkjøringsfeltet
4. Jeg skal bremse samtidig som jeg styrer ut på avkjøringsfeltet.

คำถาม Det er anlagt et eget avkjøringsfelt på vegen. ข่องทางแยกบนถนน
Hvilken påstand er riktig? ข้อความใดถูกต้อง

คำตอบ
2.Jeg må bremse ned farten før jeg kjører inn på avkjøringsfeltet. ฉันต้องเบรคก่อนเข้าข่องทางแยก ข้อนี้ผิดตัดออกได้เลย สังเกตุการใช้คำว่า må = ต้อง จริงๆแล้วไม่จำเป็น อาจจะ "ต้อง" หรือ อาจจะ "ไม่ต้อง" ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การจารจรในขณะนั้น

3. Avkjøringsfeltet ender ofte opp i en sving som kan være glatt om vinteren. derfor bør du ned til ca. 20 km/t før avkjøringsfeltet ข้อนี้ไม่ใช่เสมอไป จึงไม่จำเป็นต้องขับที่ความเร็ว 20กิโลเมตร/ชั่วโมง

4. Jeg skal bremse samtidig som jeg styrer ut på avkjøringsfeltet. ฉันจะเบรคในเวลาเดียวที่ฉันขับเข้าข่องทางแยก ข้อนี้เกือบถูก แต่สังเกตุการใช้คำว่า skal ในภาษานอร์เวย์ skal เกือบเทียบเท่าคำว่า må คือต้อง จริงๆแล้วไม่จำเป็น อาจจะ "ต้อง" หรือ อาจจะ "ไม่ต้อง" ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การจารจรในขณะนั้น

คำตอบที่ถูกต้องคือ 1. Jeg bør holde farten oppe og bremse først når jeg er inne på avkjøringsfeltet.ฉันควรรักษาความเร็วและเบรคก่อน (ชะลอความเร็ว) ที่ฉันจะเข้าในช่องทางแยก สังเกตุการใช้คำว่า bør = ควร ทำให้คำตอบนี้มีเหตุมีผล

เรียนภาษานอร์เวย์จากข้อสอบทฤษฎีขับขี่รถยนต์ ต่อ

ดิฉันสนใจทำเรื่องนี้แต่คงต้องใช้เวลาเพราะไม่สามารถทำได้ทันทีทันใด ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจภาษาที่ใช้ในการออกข้อสอบจากคุณครูเสียก่อน คุณครูก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคือสามีของดิฉันเอง ก็ตรงกับหัวข้อนั่นแหละ "เรียนภาษานอร์เวย์จากข้อสอบทฤษฎีขับขี่รถยนต์" คือดิฉันเองเรียนรู้แล้วนำมาเขียนลงในบล็อกนี้ ดิฉันก็ไม่เคยไปสอบทฤษฎีขับขี่รถยนต์ของนอร์เวย์ เพราะความโชคดีส่วนตัว ได้ยินจากเพื่อนคนไทย พี่บ้าง น้องบ้าง สอบกันหลายครั้งมากถึงจะผ่าน เข้าใจว่าภาษาค่อนข้างยาก ลองนั่งอ่านข้อสอบเอง ยากจริงๆ ไม่ใช่แค่ค่อนข้างยาก ต้องออกตัวไว้ก่อนว่าอาจมีข้อผิดพลาดบ้างในการตีความ แต่คำเฉลยรับรองถูกหมดทุกข้อ เริ่มกันเลยดีไหม ขอกำลังใจและแรงเชียร์ด้วยค่ะ คิดไปคิดมาสงสัยต้องใช้เวลาเป็นชาติแน่เลย เอาอย่างนี้ดีกว่าลงข้อสอบพร้อมเฉลยไว้ แล้วค่อยมาตามเก็บตีความเท่าที่ทำได้

ตัวอย่างข้อสอบนี้ดิฉันคัดลอกมาจากเว็บอะไรก็จำได้ไม่แน่ชัด จำได้ว่าปี 2006 (พ.ศ. 2549) อยากลองดูข้อสอบทฤษฎีขับขี่รถยนต์ว่ายากไหม ถ้าต้องไปสอบจะทำได้หรือเปล่า และถือว่าเป็นการเรียนรู้ภาษานอร์เวย์อีกวิธีหนึ่ง ปรากฏว่ายากโครงการนี้ก็เลยแช่อยู่ในคอมฯ เป็นเวลา 3ปีเต็ม ส่วนเว็บน่าจะเป็นของ http://www.prove.no/ วันนี้ลองเข้าไปดูหน้าตาเว็บเปลี่ยนไปมาก สีสรรสดใสสวยงาม ถึงหน้าตาจะเปลี่ยนแต่น่าจะใช่เพราะนโยบายชีวิตของดิฉันคือ"การรู้จักประหยัด" ดังนั้นถ้าทดสอบฟรีหละก็ใช่เลย

Friday, October 16, 2009

เรียนภาษานอร์เวย์จากข้อสอบทฤษฎีขับขี่รถยนต์

ดฺิฉันได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับกฏระเบียบที่เป็นประโยชน์สำหรับคนไทยที่จะทำทำใบขับขี่รถยนต์ในประเทศนอร์เวย์ คิดว่าน่าจะลองเรียนภาษานอร์เวย์จากทฤษฎีขับขี่รถยนต์ คงมีคนสนใจเรื่องนี้กันบ้าง ถ้าใครอยากให้ทำเรื่องนี้คอมเม้นท์กันเข้ามานะคะ

"สำหรับหญิงไทย (ชายไทยด้วยก็ได้) ที่ย้ายมาอยู่นอร์เวย์หม่ๆ ก็อาจไม่รู้ข้อมูลกฏระเบียบที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองมากนัก คือดิฉันจะพูดถึงการทำใบขับขี่รถยนต์ ลองอ่านภาษานอร์เวย์ที่คัดลอกมาจาก http://www.vegvesen.no

Andre land/bestemmelser
Har du flyttet til Norge og har førerkort utstedt utenfor EØS-området i et av følgende land: Albania, Algerie, Argentina, Australia, Bosnia-Hercegovina, Brasil, Canada, Chile, Egypt, Filippinene, Hong Kong, Hviterussland, Indonesia, Israel, ¬Japan, tidligere Jugoslavia, Kina, Kroatia, Makedonia, Malaysia, Mexico, Moldova, Monaco, Montenegro, New Zealand, Peru, Russland, San Marino, Singapore, Serbia (tidligere Serbia-Montenegro), tidligere Sovjet, Sør-Afrika, Sør-Korea, Taiwan, ¬Thailand, Tunisia, Ukraina, USA, Venezuela, kan få byttet til norsk ¬førerkort etter å ha bestått en praktisk førerprøve i den mest ¬omfattende klassen. Innbytte må skje innen ett år etter at du tok fast bopel eller flyttet tilbake til Norge.

ดิฉัน เองก็ไม่รู้ว่ามีกฏข้อนี้อยู่ เพียงแต่ว่าปีแรกที่ย้ายมาอยู่นอร์เวย์ก็ทำใบขับขี่อินเตอร์มาจากเมืองไทย ขับได้ประมาณ 8เดือนก็เข้าหน้าร้อน อากาศเหมาะก็เลยยื่นขอสอบทำใบขับขี่ ได้รับจดหมายจากขนส่งแจ้งว่าสามารถเปลี่ยนใบขับขี่เป็นของนอร์เวย์ได้ ถ้าสอบผ่านขับรถภาคปฏิบัติ (คือไม่ต้องสอบข้อเขียนภาคทฤษฎี และไม่ต้องขับลื่น ขับไฟด้วย) เพราะว่าดิฉันยังอยู่ที่นอร์เวย์ไม่ครบ 1ปีและมีใบขับขี่จากเมืองไทยมาก่อนแล้ว โชคดีมากที่ไม่พลาดโอกาสนี้ หนังสือทฤษฏีกฏจารจรการขับรถของประเทศนอร์เวย์ที่ยืมเพื่อนสามีมาก็เลิกอ่าน เลยค่ะ ว่าจะสอบให้ผ่านในครั้งแรกเสียหน่อย ตอนนี้น้องๆ ถามพี่จันทร์สอบผ่านทฤษฎีครั้งที่เท่าไร ก็ตอบไม่ได้ค่ะ เพราะไม่ได้ไปสอบ พวกเราชาวไทยทั้งหลายที่ต้องไปสอบข้อเขียนภาคทฤษฏีภาษานอร์เวย์ บางคนต้องสอบหลายครั้งมากกว่าจะสอบผ่าน อารมณ์กับค่าใช้จ่ายก็ต้องเสียมากตามจำนวนครั้งที่ต้องไปสอบให้ผ่าน อีกทั้งขับลื่น ขับไฟ ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูง พูดเล่นได้ว่าอยากได้ใบขับรถยนต์นอร์เวย์อาจต้องกู้เงินจากธนาคารเหมือนซื้อ บ้านสักหลัง ถ้าพูดจริงก็คือต้องเก็บเงินเพื่อทำการณ์นี้โดยเฉพาะค่ะ

จากประสบการณ์จริง
1. ส่งใบขับขี่ไปแปลที่ออสโลโดยให้ประทับตราของสถานเอกอัครราชทูตไทยด้วย
2. สมัครเรียนขับรถกับโรงเรียน (4ชั่วโมง เพื่อให้ทางโรงเรียนเป็นผู้ส่งตัวไปสอบที่ขนส่ง)

ค่า ใช้จ่ายก็ลดน้อยลงไปมาก จำได้คร่าวๆ ค่าแปล 300โครน ค่าเรียนขับรถ 420โครนต่อชั่วโมง ค่าเช่ารถเพื่อสอบ 900โครน ค่าถ่ายรูป 90โครน ค่าทำใบขับขี่ 175โครน

มีเรื่องเล่าตลกตอนนี้ ตอนนั้นไม่ตลกเท่าไร คือว่า ใบขับขี่ของดิฉันที่แปลและส่งยื่นเรื่องกับขนส่ง มีจดหมายจากขนส่งแจ้งว่าไม่ผ่านหรือใช้ไม่ได้ทำนองนั้น รู้ไหมทำไม ?
ใบ ขับขี่ภาษาไทยพิมพ์ว่า “ชนิด รถยนต์ส่วนบุคคลตลอชีพ” แปลเป็นภาษาอังกฤษ “Type Life-time driving of personal car” เจ้าหน้าที่ขนส่งงง ว่า “Life-time” มันคืออะไร ต้องไปชี้แจงว่ามันก็คือ “ถาวร” (permanent)

สรุป บางเรื่องเห็นว่าง่ายๆ ไม่น่าต้องอธิบาย เจ้าหน้าที่เขาไม่โง่หลอกแต่เขาไม่รู้ ให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ย้ายบ้านย้ายเมืองกันมา ตอนแรกคิดว่าไม่น่ายาก อยู่ๆไปก็รู้ เรื่องง่ายก็กลายเป็นเรื่องยาก เรื่องยากก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

หวัง ว่าข้อมูลข้างต้นจะเป็นประโยชน์ กับใครที่หลงแวะเข้ามาอ่านเจอนะคะ แล้วโซเฟียจะอ่านเรื่องนี้ภาคภาษาไทยเข้าใจเมื่อไรหนอ Vi får se!"

Tuesday, October 13, 2009

หัวข้อที่ 7 โครงสร้างประชากรและทรัพยากรธรรมชาติ

Emne 7 Befolkningsstruktur og naturforhold
1. geografi ภูมิศาสตร์
2. fjell ภูเขา skog ป่า
3. fjord อ่าวแคบที่อยู่ระหว่างหน้าผาสูงชัน
4. isbre ภูเขาน้ำแข็ง
5. kystlinje แนวชายฝั่ง
6. øy เกาะ fastland พื้นแผ่นดิน
7. sjø, hav ทะเล มหาสมุทร innsjø ทะเลสาป
8. klima ภูมิอากาศ været อากาศ
9. fire årstider สี่ฤดูกาล
10. vinter ฤดูหนาว vår ฤดูใบไม้ผลิ sommer ฤดูร้อน høst ฤดูใบไม้ล่วง
11. Golfstrømmen กระแสน้ำอุ่น Atlanterhavet มหาสมุทแอนแลนติก
12. midnattssol พระอาทิตย์เที่ยงคืน nordlys แสงขั้วโลกเหนือ
13. fryse หนาว blåse ลม regn ฝน
14. vinterklær เสื้อผ้าฤดูหนาว støvler รองเท้าบู๊ท
15. temperatur อุณหภูมิ termometer ที่วัดอุณหภูมิ
16. varm ร้อน tørr แห้ง
17. vindtett กันลม vanntett กันน้ำ
18. ull ผาขนสัตว์ genser เสื้อสวมหัว
19. naturressurs ทรัพยากรธรรมชาติ fisk ปลา skog ป่า olje น้ำมัน
20. elektrisk energi พลังงานไฟฟ้า elever แม่น้ำ fosser น้ำตก
21. vannkraft พลังงานน้ำ
22. eksportvare สินค้าส่งออก metaller โลหะ aluminium อลูมิเนียม
23. allemannsrett สิทธิในการใช้ทางสาธารณะ fiske ปลา bær ผลไม้ sopp เห็ด
24. jakt ล่าสัตว์
25. turister นักท่องเที่ยว
26. Nord-Norge ตอนเหนือ Finnmark, Troms, Nordland (Bodø)
27. Midt-Norge ตอนกลาง
28. Vestlandet ฝั่งตะวันตก
29. Sørlandet ตอนใต้
30. Østlandet ฝั่งตะวันออก
26. hovedstad เมืองหลวง Oslo
27. Bergen Trondheim
28. Stavanger Kristiansand 4เมืองประชากรมากกว่า 1 แสนคน
34. samferdsel ระบบการขนส่ง trafikk การจารจร transport การขนส่ง
35. vei ถนน ทาง bro สะพาน
36. jernbane ทางรถไฟ tunnel อุโมงค์
37. bil รถ buss รถประจำทาง
38. drosje รถแท็กซี่ taxi แท็กซี่
39. tog รถไฟ fly เครื่องบิน
40. ferge เรือข้ามฟาก Hurtigbåt เรือด่วน hurtigrute เส้นทางเรือด่วนเรียบชายฝั่ง

Thursday, October 8, 2009

หัวข้อที่ 6 ลูกและครอบครัว

Emne 6 Barn og familie
1. rolle บทบาท grense ขอบเขต พรหมแดน
2. rett สิทธิ feil, galt ผิด
3. ære ซื่อสัตย์ นับถือ skam ละอาย เสียหน้า อัปยศอดสู
4. samvittighet มีสติ รู้สึกผิด skyld โทษ
5. lydige เชื่อฟัง dialog การสนทนา
6. å bestemme ตัดสินใจ
7. omsorg ดูแล เอาใจใส่ beskyttelse ปกป้อง
8. å forsørge แบ่งปัน สนับสนุน เกื้อกูล
9. foreldre ผู้ปกครอง พ่อแม่ Sånn er det! มันเป็นอย่างนั้น
10. fødsel การเกิด å vokse opp เติบโต
11. barnehage โรงเรียนเด็กเล็ก อนุบาล dagmamma คนเลี้ยงเด็ก
12. kontantstøtte ผลประโยชน์เงินสด
13. fritidsaktiviteter กิจกรรมวันว่าง
14. ungdom วัยรุ่น konfirmasjon พิธ๊ศิลมหาสนิท
15. myndig บรรลุนิติภาวะ voksen ผู้ใหญ่
16. å gifte seg i kirken แต่งงานในโบสถ์ på rådhuset ตึกทำงานของราชการ ศาลากลาง
17. borgerlig พลเรือน
18. å gå tur ไปเที่ยว เดินเที่ยว
19. hytte กระท่อม å slappe av พักผ่อน ผ่อนคลาย
20. aldershjem บ้านคนชรา
21. begravelse ฝังศพ kirkegård สุสาน ที่ฝังศพ
22. bursdag วันเกิด fest งานเลื้ยง
23. storfamilie ครอบครัวขยาย
24. kjernefamilie ครอบครัวเดี่ยว ครอบครัวย่อย
25. ektepar คู่แต่งงาน คู่สมรส skilsmisse การหย่าร้าง
26. samboere คู่ ที่อยู่ร่วมกัน (ไม่ได้แต่งงาน) enslig mor med barn แม่ที่เลี้ยงดูลูกโดยลำพัง
27. partnere คู่ชวิต ผู้ที่อยู่ร่วมกัน enslig คนโสด
28. enebolig บ้านเดี่ยว tomannbolig บ้านที่มีเจ้าของ 2 ครอบครัว
29. rekkehus เทาวน์เฮาสน์ blokk แฟลต ตึกสูงหลายชั้น
30. huseier เจ้าของบ้าน
31. husleie การเช่า depositum เงินมัดจำ
32. forsikring ประกันภัย innboforsikring ประกันทรัพย์สินภายในบ้าน
33. eiendomsmegler ตัวแทนขายบ้าน
34. selveierbolig เจ้าของด้วยตัวเอง borettslag บ้านสหกรณ์
35. lån เงินกู้ boliglån เงินกู้เพื่อซื้อบ้าน
36. avdrag งวดการชำระ renter ดอกเบี้ย
37. privat økonomi การเงินส่วนบุคคล budsjett งบประมาณ
38. å ta hensyn til การปฏิบัติต่อผู้อื่น
39. å sortere แยกประเภท søppel ขยะ
40. gjenvinningsstasjon สถานีรวมสิ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้อีก

Wednesday, October 7, 2009

หัวข้อที่ 5 การทำงาน ชีวิตการทำงานและตลาดแรงงาน

Emne 5 Arbeid, arbeidsliv og arbeidsmarked
1. arbeidsgiver นายจ้าง
2. arbeidstaker ลูกจ้าง ansatte พนักงาน
3. jobbsøking การหางาน arbeidssøker ผู้หางาน
4. yrke อาชีพ
5. næring อุตสาหกรรม การค้า ธุรกิจ
6. jordbruk เกษตรกรรม ฟาร์ม bonde ชาวนา
7. skogbruk การหาของป่า
8. fiske หาปลา fisker ชาวประมง
9. industri อุตสาหกรรม fabrikk โรงงาน produksjon ฝ่ายผลิต
10. handel การค้า ทำธุรกิจ ekspeditør เสมียน ผู้ช่วยในร้านหรือสำนักงาน
11. service งานบริการ frisør ช่างทำผม
12. erfaring ประสบการณ์ ansiennitet อวุโส
13. referanser ผู้อ้างอิง nettverk เครื่อข่าย venner เพื่อน
14. kvalifikasjoner คุณสมบัติ
15. egenskaper บุคลิกลักษณะ
16. aktiv กระตือรือร้น passiv ไม่กระตือรือร้น
17. fleksibel ยืดหยุ่น
18. nøyaktig แม่นยำ
19. positiv สร้างสรรค์ negativ ไม่สร้างสรรค์
20. presis ตรงเวลา
21. stabil มั่นคง
22. vikar พนักงานชั่วคราว
23. kolleger เพื่อนร่วมงาน
24. arbeidsledig ว่างงาน
25. søknad ใบสมัคร jobbsøknad ใบสมัคงาน CV ใบประวัติส่วนตัว
26. intervju สัมภาษณ์
27. lønn ค่าจ้าง เงินเดือน skatt ภาษี skattekort บัตรภาษี
28. virksomhet กิจการงาน offentlig สาธารณะ privat ส่วนตัว
29. dagpenger เงินตกงาน sykepenger เงินป่วย
30. streik นัดหยุดงาน fagforening สหภาพแรงงาน organisasjon องค์กร
31. formue ทรัพย์สิน
32. selvangivelse คืนเงินภาษี แบบฟอร์มภาษี
33. arbeidsmiljøloven กฏหมายคุ้มครองแรงงานและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
34. arbeidsavtale สัญญาจ้างงาน kontrakt สัญญา
35. ansettelse จ้างงาน oppsigelse ไล่ออก
36. prøvetid ช่วงทดลองงาน
37. ferieloven กฏหมายวันหยุดพักผ่อน feriepenger เงินวันหยุดพักผ่อน
38. fravær การหยุดงาน permisjon การอนุญาต
39. egenmelding ใบรับรองที่จัดทำเอง sykemelding ใบรับรองแพทย์
40. pensjon เกษียณ pensjonist ผู้เกษียณ

Tuesday, October 6, 2009

หัวข้อที่ 4 โรงเรียน การศึกษาและการรับพิจารณาคุณสมบัติ

Emne 4 Skole, utdanning og kvalifisering
1. skolegang ระบบโรงเรียน
2. meninger ความหมาย kunnskap ความรู้
3. holdninger ดำเนินการ
4. samfunnsdeltakelse ผู้เข้าร่วมสังคม demokrati ประชาธิปไตย
5. fag วิชา norsk,engelsk,samfunnsfag ภาษานอร์เวย์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา
6. å undervise สอน undervisning การสอน
7. internett อินเตอร์เน็ต informasjon ข้อมูล ข่าวสาร
8. samarbeid ร่วมมือ prosjektarbeid งานโครงการ
9. kristendom คริสเตียน
10. humanist มนุษยธรรม
11. KRL kristendoms-, religions- og livssynskunnskap หลักความเชื่อของคริสเตียน ศาสนาและจริยธรรม
12. kjærlighet ความรัก nestekjærlighet การรักเพื่อนบ้าน
13. moral คุณธรรม etikk จริยธรรม
14. toleranse ความอดทน
15. respekt การให้เกียรติ์ผู้อื่น
16. grunnskole โรงเรียนชั้นประถม และ มัธยมต้น
17. barneskole โรงเรียนชั้นประถม ungdomsskole โรงเรียนชั้นมัธยมต้น
18. obligatorisk การศึกษาภาคบังคับ
19. morsmål ภาษาแม่ andrespråk ภาษาที่สอง
20. ferdighet ฝีมือ ทักษะ ความชำนาญ
21. muntlig ปากเปล่า skriftlig เขียน
22. SFO เวลาว่างก่อนเรียนและหลังเรียน skolefritidsordning
23. konferansetime การประชุมเพื่อพัฒนา foreldremøte ประชุมผู้ปกครอง
24. karakter ระดับคะแนน
25. opplæring การฝึกอบรม
26. utdanning การศึกษา
27. oppdragelse การเลี้ยงดู selvstendig ไม่ต้องพี่งใคร
28. å forvente คาดหวัง forventning การคาดหวัง
29. å utvikle พัฒนา utvikling การพัฒนา
30. konsekvens ความสำคัญ
31. videregående skole โรงเรียนชั้นมัธยมปลาย
32. teoretiske linjer ทฤษฎี allmennfag วิขาทั่วไป
33. praktiske linjer ปฏิบัติ yrkesfag วิชาชีพ
34. studiekompetanse เกณฑ์ขั้นต่ำในการเข้าศึกษาต่อ naturfag , matematikk วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์
35. høyskole วิทยลัย universitet มหาวิทยาลัย
36. lånekassa กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐ
37. godkjent ได้รับการรับรอง
38. kompetansebevis หลักฐานแสดงความสามารถ vitnemål ใบประกาศนียบัตร attest ใบผ่านงาน หนังสือรับรองการทำงาน
39. å vurdere ประเมิณ vurdering ประเมิณการเรียนรู้
40. rådgiver ที่ปรึกษา

Monday, October 5, 2009

หัวข้อที่ 3 สุขภาพ

Emne 3 Helse
1. helse สุขภาพ å leve sunt ใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี
2. syk ป่วย frisk แข็งแรง
3. sykdom โรคภัย pasient ผู้ป่วย
4. allergi ภูมิแพ้ astma หอบหืด
5. diabetes เบาหวาน
6. høy blodtrykk ความดันโลหิตสูง
7. fedme โรคอ้วน
8. hjertesykdom โรคหัวใจ
9. depresjon ความหดหู่
10. kosthold อาหาร
11. feilernæring ขาดสารอาหาร
12. jern ธาตุเหล็ก
13. vitamin วิตามิน
14. tran น้ำมันตับปลา omega 3
15. mosjon ออกกำลังกาย trening การฝึก
16. å forebygge ป้องกัน å behandle รักษา
17. fastlege แพทย์ประจำตัว
18. sykepleier พยาบาล helsesøster นางพยาบาลดูแลเด็กที่คลีนิค
19. egenandel ค่าธรรมเนียมผู้ใช้บริการ
20. frikort บัตรฟรี
21. resept ใบสั่งยา
22. apotek ร้านขายยา
23. medisin ยา
24. Brann 110 ไฟไหม้ โทร 110
25. Politi 112 ตำรวจ โทร 112
26. Lege 113 รถพยาบาล โทร 113
27. legevakt แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน
28. sykehus โรงพยาบาล
29. prøve ทดสอบ ตรวจ blodprøve, urinprøve ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ
30. ultralydundersøkelse ตรวจอุลตร้าซาวด์ å undersøke ตรวจ
31. svangerskap การตั้งครรภ์ gravid ตั้งครรภ์
32. helsestasjon คลีนิคตรวจสุขภาพของรัฐ
33. kontroll การตรวจ ควบคุม
34. vaksine วัคซีน
35. fysisk สุขภาพกาย psykisk สุขภาพจิต
36. sosial สังคม ไปมาหาสู่กัน psykiatrisk เกี่ยวกับทางจิต
37 livsstil รูปแบบชีวิต livssyn ทัศนะชีวิต
38. optimistisk มองโลกในแง่ดี pessimistisk มองโลกในแง่ร้าย
39. psykolog นักจิตวิทยา
40. tannlege ทันตแพทย์ null hull ศูนย์รู ไม่มีรู ฟันไม่ผุ

Sunday, October 4, 2009

หัวข้อที่ 2 ประชาธิปไตย สวัสดิการและค่านิยม

Emne 2 Demokrati, velferd og verdier
1. historie ประวัติศาสตร์
2. Norge, Danmark og Sverige นอร์เวย์ เดนมาร์ค สวีเดน
3. velferd สวัสดิการ velferdsstat รัฐสวัสดิการ
4. verdier ค่านิยม
5. demokrati ระบอบประชาธิปไตย
6. Storting รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร
7. olje น้ำมัน oljeplattform แท่นขุดเจาะน้ำมัน
8. monarki ระบบกษัตริย์
9. Den norske kongefamilien ราชวงศ์นอร์เวย์ konge, dronning, kronprins
10. innbygger ผู้อาศัย
11. regjering รัฐบาล Myndighet เจ้าหน้าที่
12. domstol ศาล
13. massemedium สื่อสารมวลชน
14. makt อำนาจ
15. ansvar รับผิดชอบ
16. stemmerett สิทธิในการลงคะแนน
17. lover og regler กฏหมาย กฏระเบียบ
18. partier พรรค
19. Arbeiderpartiet พรรคแรงงาน
20. Den norske Grunnloven รัฐธรรมนูญนอร์เวย์
21. Stortingsvalg การเลือกตั้งทั่วไป
22. kommune-og fylkestingsvalg การเลือกตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้งสภาเขต
23. Same ส่ามี่ minoritetsgruppe ชนกลุ่มน้อย
24. å diskriminere แบ่งแยก diskriminering การแบ่งแยก
25. kjønn เพศ
26. hudfarge สีผิว
27. rasisme รังเกียจเดียดฉันท์ nasjonalitet เชื้อชาติ
28. skikker นิสัย พฤติกรรม
29. forbudt ข้อห้าม
30. språk ภาษา
31. likhet ความเสมอภาค likestilling ความเท่าเทียมกัน
32. ytringsfrihet อิสรภาพในการพูด
33. folketrygd ประกันภัยแห่งชาติ
34. fagforening สหภาพการค้า
35. trossamfunn องค์กรเพื่อสังคม
36. rettferdighet ความยุติธรรม
37. taushetsplikt จรรยาบรรณ
38. straff บทลงโทษ bot ใบสั่ง
39. bunad ชุดแต่งกายประจำชาติ
40. dugnad อาสาสมัคร

Saturday, October 3, 2009

หัวข้อที่ 1 ผู้อพยพในประเทศนอร์เวย์

Emne 1 Innvandrer i Norge
1. å utvandre ย้ายถิ่นฐาน utvandrer, utvandrere
2. utlendinger ต่างชาติ
3. asylsøker ผู้ลิ้ภัยทางการเมือง mottak การรับ
4. flyktninger ผู้ลี้ภัย
5. statsborger พลเมือง statsborgerskap สัญชาติ
6. opphold ผู้พำนัก อาศัยอยู่
7. tillatelse อนุญาต oppholdstillatelse ใบอนุญาตให้พำนัก
8. arbeidstillatelse อนุญาตให้ทำงาน
9. bosettingstillatelse ใบอนุญาตการตั้งถิ่นฐาน
10. FN สหประชาชาติ De forente nasjoner
11. kontaktperson บุคคลติดต่อ เจ้าหน้าที่ saksbehandler ดำเนินการกรณี
12. kommune หน่วยงานท้องถิ่น
13. familiegjenforening การรวมญาติ hjemland ประเทศบ้านเกิด
14. UDI คณะกรรมการผู้ย้ายถิ่นฐาน Utlendingsdirektoratet
15. å søke สมัคร søknad ใบสมัคร
16. ambassade สถานทูต
17. introduksjonsprogram แผนการเตรียมพร้อม
18. introduksjonsstøtte บริการเตรียมความพร้อม sosialstøtte บริการด้านสังคม
19. norskopplæring ชั้นเรียนภาษานอร์เวย์
20. bokmål ภาษาเขียนนอร์เวย์ nynorsk
21. dokumentasjon การแสดงเอกสาร fødselsattest ใบเกิด vigselsattest ใบทะเบียนสมรส
22. å koste มีค่าใช้จ่าย kostnad ค่าใช้จ่าย
23. veiledning ผู้ให้คำแนะนำ
24. framtidsplan แผนการอนาคต integrering การผสมผสาน
25. offentlige tjenestemenn ข้าราชการ
26. folkeregister การขึ้นทะเบียนประชากรในประเทศ
27. skolekontor สำนักงานการศึกษา
28. Aetat สำนักงานจัดหางาน
29. trygdekontor สำนักงานประกันแห่งชาติ
30. sosialkontor สำนักงานประกันสังคม
31. likningskontor สำนักงานภาษี
32. fødselsnummer หมายเลขเกิด personnummer หมายเลขประจำตัว
33. legitimasjon สิ่งที่ใช้แสดงตน
34. pass หนังสือเดินทาง พลาสปอร์ต
35. bankkort บัตรธนาคาร
36. førerkort ใบขับขี่รถยนต์
37. tolk ล่าม tolketjeneste บริการล่าม
38. dialekter ภาษาท้องถิ่น
39. kompetanse ความสามารถ kvalifikasjon คุณสมบัติ
40. ordning จัดการ(ได้สำเร็จ)

Friday, October 2, 2009

วิชาสังคมนอร์เวย์สำหรับผู้อพยพที่บรรลุนิติภาวะ

ดิฉันได้มีโอกาสเป็นครูสอนวิชาสังคมนอร์เวย์ให้กับหญิงไทยที่พึ่งย้ายมาอาศัยอยู่ในประเทศนอร์เวย์ 2รุ่น เตรียมการสอนไว้พอสมควรก่อนทำการสอน อ่านสรุปประเด็นแต่ละบท ตั้งคำถามของแต่ละบท แปลคำศัพท์ภาษานอร์เวย์เป็นภาษาไทยของแต่ละบท และค้นหาข้อมูลเสริมจากเน็ตหลายหัวข้อ

วิชาสังคมนอร์เวย์สำหรับผู้อพยพที่บรรลุนิติภาวะ มีทั้งหมด 7 บท
1: Innvandrer i Norge
หัวข้อที่ 1 ผู้อพยพในประเทศนอร์เวย์
2: Demokrati, velferd og verdier
หัวข้อที่ 2 ประชาธิปไตย สวัสดิการและค่านิยม
3: Helse
หัวข้อที่ 3 สุขภาพ
4: Skole, utdanning og kvalifisering
หัวข้อที่ 4 โรงเรียน การศึกษาและการรับพิจารณาคุณสมบัติ
5: Arbeid, arbeidsliv og arbeidsmarked
หัวข้อที่ 5 การทำงาน ชีวิตการทำงานและตลาดแรงงาน
6: Barn og familie
หัวข้อที่ 6 ลูกและครอบครัว
7: Befolkningsstruktur og naturforhold
หัวข้อที่ 7 โครงสร้างประชากรและทรัพยากรธรรมชาติ

ดิฉันเห็นว่าคำศัพท์แต่ละบทของวิชานี้ น่าจะมีประโยชน์สำหรับทั้งคนไทยและคนนอร์เวย์ คำศัพท์ของทั้ง 7 บท จะนำมาลงในครั้ง ต่อๆ ไป ลองมาดูคำศัทพ์ในบทนำกันก่อน

INTRO – samfunnskunnskap for voksne innvandrere
Ordliste
1. introduksjon การแนะนำ
2. samfunn สังคม
3. kunnskap ความรู้ samfunnskunnskap ความรู้ทางสังคม
4. voksen บรรลุนิติภาวะ voksne บรรลุนิติภาวะ
5. å innvandre อพยพ innvandrer, innvandrere ผู้อพยพ
6. emne หัวข้อ tema
7. Norge ประเทศนอร์เวย์ norsk ชาวนอร์เวย์ ภาษานอร์เวย์
8. demokrati ประชาธิปไตย
9. velferd สวัสดิการ
10. verdier ค่านิยม
11. helse สุขภาพ
12. skole โรงเรียน
13. utdanning การศึกษา
14. kvalifisering การพิจารณาคุณสมบัติ
15. å arbeide ทำงาน
16. arbeidsliv ชีวิตการทำงาน
17. arbeidsmarked ตลาดแรงงาน
18. barn เด็ก
19. familie ครอบครัว
20. befolkning ประชากร
21. struktur โครงสร้าง befolkningsstruktur โครงสร้างประชากร
22. natur ธรรมชาติ
23. forhold สภาพ naturforhold สภาพธรรมชาติ
24. mennesker มนุษย์
25. historie ประวัติศาสตร์
26. geografi ภูมิศาสตร์ klima สภาพอากาศ
27. kultur วัฒนธรรม tradisjon ประเพณี
28. høytidsdag วันสำคัญ วันนักขัตฤกษ์ helligdag วันหยุด
29. regjering รัฐบาล myndighet เจ้าหน้าที่
30. lover กฏหมาย regler กฏระเบียบ
31. rettighet สิทธิ plikt หน้าที่
32. politi ตำรวจ straff บทลงโทษ
33. politikk การเมือง politiker นักการเมือง
34. religion ศาสนา
35. offentlige kontorer สำนักงานบริการสาธารณะ
36. transport การขนส่ง
37. mat อาหาร
38. klær เครื่องนุ่งห่ม
39. hobby งานอดิเรก
40. penger เงิน

หัวข้อที่ 1 ผู้อพยพในประเทศนอร์เวย์
Emne 1 Innvandrer i Norge
1. å utvandre ย้ายถิ่นฐาน utvandrer, utvandrere
2. utlendinger ต่างชาติ
3. asylsøker ผู้ลิ้ภัยทางการเมือง mottak การรับ
4. flyktninger ผู้ลี้ภัย
5. statsborger พลเมือง statsborgerskap สัญชาติ
6. opphold ผู้พำนัก อาศัยอยู่
7. tillatelse อนุญาต oppholdstillatelse ใบอนุญาตให้พำนัก
8. arbeidstillatelse อนุญาตให้ทำงาน
9. bosettingstillatelse ใบอนุญาตการตั้งถิ่นฐาน
10. FN สหประชาชาติ De forente nasjoner
11. kontaktperson บุคคลติดต่อ เจ้าหน้าที่ saksbehandler ดำเนินการกรณี
12. kommune หน่วยงานท้องถิ่น
13. familiegjenforening การรวมญาติ hjemland ประเทศบ้านเกิด
14. UDI คณะกรรมการผู้ย้ายถิ่นฐาน Utlendingsdirektoratet
15. å søke สมัคร søknad ใบสมัคร
16. ambassade สถานทูต
17. introduksjonsprogram แผนการเตรียมพร้อม
18. introduksjonsstøtte บริการเตรียมความพร้อม sosialstøtte บริการด้านสังคม
19. norskopplæring ชั้นเรียนภาษานอร์เวย์
20. bokmål ภาษาเขียนนอร์เวย์ nynorsk
21. dokumentasjon การแสดงเอกสาร fødselsattest ใบเกิด vigselsattest ใบทะเบียนสมรส
22. å koste มีค่าใช้จ่าย kostnad ค่าใช้จ่าย
23. veiledning ผู้ให้คำแนะนำ
24. framtidsplan แผนการอนาคต integrering การผสมผสาน
25. offentlige tjenestemenn ข้าราชการ
26. folkeregister การขึ้นทะเบียนประชากรในประเทศ
27. skolekontor สำนักงานการศึกษา
28. Aetat สำนักงานจัดหางาน
29. trygdekontor สำนักงานประกันแห่งชาติ
30. sosialkontor สำนักงานประกันสังคม
31. likningskontor สำนักงานภาษี
32. fødselsnummer หมายเลขเกิด personnummer หมายเลขประจำตัว
33. legitimasjon สิ่งที่ใช้แสดงตน
34. pass หนังสือเดินทาง พลาสปอร์ต
35. bankkort บัตรธนาคาร
36. førerkort ใบขับขี่รถยนต์
37. tolk ล่าม tolketjeneste บริการล่าม
38. dialekter ภาษาท้องถิ่น
39. kompetanse ความสามารถ kvalifikasjon คุณสมบัติ
40. ordning จัดการ(ได้สำเร็จ)

หัวข้อที่ 2 ประชาธิปไตย สวัสดิการและค่านิยม
Emne 2 Demokrati, velferd og verdier
1. historie ประวัติศาสตร์
2. Norge, Danmark og Sverige นอร์เวย์ เดนมาร์ค สวีเดน
3. velferd สวัสดิการ velferdsstat รัฐสวัสดิการ
4. verdier ค่านิยม
5. demokrati ระบอบประชาธิปไตย
6. Storting รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร
7. olje น้ำมัน oljeplattform แท่นขุดเจาะน้ำมัน
8. monarki ระบบกษัตริย์
9. Den norske kongefamilien ราชวงศ์นอร์เวย์ konge, dronning, kronprins
10. innbygger ผู้อาศัย
11. regjering รัฐบาล Myndighet เจ้าหน้าที่
12. domstol ศาล
13. massemedium สื่อสารมวลชน
14. makt อำนาจ
15. ansvar รับผิดชอบ
16. stemmerett สิทธิในการลงคะแนน
17. lover og regler กฏหมาย กฏระเบียบ
18. partier พรรค
19. Arbeiderpartiet พรรคแรงงาน
20. Den norske Grunnloven รัฐธรรมนูญนอร์เวย์
21. Stortingsvalg การเลือกตั้งทั่วไป
22. kommune-og fylkestingsvalg การเลือกตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้งสภาเขต
23. Same ส่ามี่ minoritetsgruppe ชนกลุ่มน้อย
24. å diskriminere แบ่งแยก diskriminering การแบ่งแยก
25. kjønn เพศ
26. hudfarge สีผิว
27. rasisme รังเกียจเดียดฉันท์ nasjonalitet เชื้อชาติ
28. skikker นิสัย พฤติกรรม
29. forbudt ข้อห้าม
30. språk ภาษา
31. likhet ความเสมอภาค likestilling ความเท่าเทียมกัน
32. ytringsfrihet อิสรภาพในการพูด
33. folketrygd ประกันภัยแห่งชาติ
34. fagforening สหภาพการค้า
35. trossamfunn องค์กรเพื่อสังคม
36. rettferdighet ความยุติธรรม
37. taushetsplikt จรรยาบรรณ
38. straff บทลงโทษ bot ใบสั่ง
39. bunad ชุดแต่งกายประจำชาติ
40. dugnad อาสาสมัคร

หัวข้อที่ 3 สุขภาพ
Emne 3 Helse
1. helse สุขภาพ å leve sunt ใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี
2. syk ป่วย frisk แข็งแรง
3. sykdom โรคภัย pasient ผู้ป่วย
4. allergi ภูมิแพ้ astma หอบหืด
5. diabetes เบาหวาน
6. høy blodtrykk ความดันโลหิตสูง
7. fedme โรคอ้วน
8. hjertesykdom โรคหัวใจ
9. depresjon ความหดหู่
10. kosthold อาหาร
11. feilernæring ขาดสารอาหาร
12. jern ธาตุเหล็ก
13. vitamin วิตามิน
14. tran น้ำมันตับปลา omega 3
15. mosjon ออกกำลังกาย trening การฝึก
16. å forebygge ป้องกัน å behandle รักษา
17. fastlege แพทย์ประจำตัว
18. sykepleier พยาบาล helsesøster นางพยาบาลดูแลเด็กที่คลีนิค
19. egenandel ค่าธรรมเนียมผู้ใช้บริการ
20. frikort บัตรฟรี
21. resept ใบสั่งยา
22. apotek ร้านขายยา
23. medisin ยา
24. Brann 110 ไฟไหม้ โทร 110
25. Politi 112 ตำรวจ โทร 112
26. Lege 113 รถพยาบาล โทร 113
27. legevakt แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน
28. sykehus โรงพยาบาล
29. prøve ทดสอบ ตรวจ blodprøve, urinprøve ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ
30. ultralydundersøkelse ตรวจอุลตร้าซาวด์ å undersøke ตรวจ
31. svangerskap การตั้งครรภ์ gravid ตั้งครรภ์
32. helsestasjon คลีนิคตรวจสุขภาพของรัฐ
33. kontroll การตรวจ ควบคุม
34. vaksine วัคซีน
35. fysisk สุขภาพกาย psykisk สุขภาพจิต
36. sosial สังคม ไปมาหาสู่กัน psykiatrisk เกี่ยวกับทางจิต
37 livsstil รูปแบบชีวิต livssyn ทัศนะชีวิต
38. optimistisk มองโลกในแง่ดี pessimistisk มองโลกในแง่ร้าย
39. psykolog นักจิตวิทยา
40. tannlege ทันตแพทย์ null hull ศูนย์รู ไม่มีรู ฟันไม่ผุ

หัวข้อที่ 4 โรงเรียน การศึกษาและการรับพิจารณาคุณสมบัติ
Emne 4 Skole, utdanning og kvalifisering
1. skolegang ระบบโรงเรียน
2. meninger ความหมาย kunnskap ความรู้
3. holdninger ดำเนินการ
4. samfunnsdeltakelse ผู้เข้าร่วมสังคม demokrati ประชาธิปไตย
5. fag วิชา norsk,engelsk,samfunnsfag ภาษานอร์เวย์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา
6. å undervise สอน undervisning การสอน
7. internett อินเตอร์เน็ต informasjon ข้อมูล ข่าวสาร
8. samarbeid ร่วมมือ prosjektarbeid งานโครงการ
9. kristendom คริสเตียน
10. humanist มนุษยธรรม
11. KRL kristendoms-, religions- og livssynskunnskap หลักความเชื่อของคริสเตียน ศาสนาและจริยธรรม
12. kjærlighet ความรัก nestekjærlighet การรักเพื่อนบ้าน
13. moral คุณธรรม etikk จริยธรรม
14. toleranse ความอดทน
15. respekt การให้เกียรติ์ผู้อื่น
16. grunnskole โรงเรียนชั้นประถม และ มัธยมต้น
17. barneskole โรงเรียนชั้นประถม ungdomsskole โรงเรียนชั้นมัธยมต้น
18. obligatorisk การศึกษาภาคบังคับ
19. morsmål ภาษาแม่ andrespråk ภาษาที่สอง
20. ferdighet ฝีมือ ทักษะ ความชำนาญ
21. muntlig ปากเปล่า skriftlig เขียน
22. SFO เวลาว่างก่อนเรียนและหลังเรียน skolefritidsordning
23. konferansetime การประชุมเพื่อพัฒนา foreldremøte ประชุมผู้ปกครอง
24. karakter ระดับคะแนน
25. opplæring การฝึกอบรม
26. utdanning การศึกษา
27. oppdragelse การเลี้ยงดู selvstendig ไม่ต้องพี่งใคร
28. å forvente คาดหวัง forventning การคาดหวัง
29. å utvikle พัฒนา utvikling การพัฒนา
30. konsekvens ความสำคัญ
31. videregående skole โรงเรียนชั้นมัธยมปลาย
32. teoretiske linjer ทฤษฎี allmennfag วิขาทั่วไป
33. praktiske linjer ปฏิบัติ yrkesfag วิชาชีพ
34. studiekompetanse เกณฑ์ขั้นต่ำในการเข้าศึกษาต่อ naturfag , matematikk วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์
35. høyskole วิทยลัย universitet มหาวิทยาลัย
36. lånekassa กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาของรัฐ
37. godkjent ได้รับการรับรอง
38. kompetansebevis หลักฐานแสดงความสามารถ vitnemål ใบประกาศนียบัตร attest ใบผ่านงาน หนังสือรับรองการทำงาน
39. å vurdere ประเมิณ vurdering ประเมิณการเรียนรู้
40. rådgiver ที่ปรึกษา

หัวข้อที่ 5 การทำงาน ชีวิตการทำงานและตลาดแรงงาน
Emne 5 Arbeid, arbeidsliv og arbeidsmarked
1. arbeidsgiver นายจ้าง
2. arbeidstaker ลูกจ้าง ansatte พนักงาน
3. jobbsøking การหางาน arbeidssøker ผู้หางาน
4. yrke อาชีพ
5. næring อุตสาหกรรม การค้า ธุรกิจ
6. jordbruk เกษตรกรรม ฟาร์ม bonde ชาวนา
7. skogbruk การหาของป่า
8. fiske หาปลา fisker ชาวประมง
9. industri อุตสาหกรรม fabrikk โรงงาน produksjon ฝ่ายผลิต
10. handel การค้า ทำธุรกิจ ekspeditør เสมียน ผู้ช่วยในร้านหรือสำนักงาน
11. service งานบริการ frisør ช่างทำผม
12. erfaring ประสบการณ์ ansiennitet อวุโส
13. referanser ผู้อ้างอิง nettverk เครื่อข่าย venner เพื่อน
14. kvalifikasjoner คุณสมบัติ
15. egenskaper บุคลิกลักษณะ
16. aktiv กระตือรือร้น passiv ไม่กระตือรือร้น
17. fleksibel ยืดหยุ่น
18. nøyaktig แม่นยำ
19. positiv สร้างสรรค์ negativ ไม่สร้างสรรค์
20. presis ตรงเวลา
21. stabil มั่นคง
22. vikar พนักงานชั่วคราว
23. kolleger เพื่อนร่วมงาน
24. arbeidsledig ว่างงาน
25. søknad ใบสมัคร jobbsøknad ใบสมัคงาน CV ใบประวัติส่วนตัว
26. intervju สัมภาษณ์
27. lønn ค่าจ้าง เงินเดือน skatt ภาษี skattekort บัตรภาษี
28. virksomhet กิจการงาน offentlig สาธารณะ privat ส่วนตัว
29. dagpenger เงินตกงาน sykepenger เงินป่วย
30. streik นัดหยุดงาน fagforening สหภาพแรงงาน organisasjon องค์กร
31. formue ทรัพย์สิน
32. selvangivelse คืนเงินภาษี แบบฟอร์มภาษี
33. arbeidsmiljøloven กฏหมายคุ้มครองแรงงานและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
34. arbeidsavtale สัญญาจ้างงาน kontrakt สัญญา
35. ansettelse จ้างงาน oppsigelse ไล่ออก
36. prøvetid ช่วงทดลองงาน
37. ferieloven กฏหมายวันหยุดพักผ่อน feriepenger เงินวันหยุดพักผ่อน
38. fravær การหยุดงาน permisjon การอนุญาต
39. egenmelding ใบรับรองที่จัดทำเอง sykemelding ใบรับรองแพทย์
40. pensjon เกษียณ pensjonist ผู้เกษียณ
หัวข้อที่ 6 ลูกและครอบครัว

Emne 6 Barn og familie
1. rolle บทบาท grense ขอบเขต พรหมแดน
2. rett สิทธิ feil, galt ผิด
3. ære ซื่อสัตย์ นับถือ skam ละอาย เสียหน้า อัปยศอดสู
4. samvittighet มีสติ รู้สึกผิด skyld โทษ
5. lydige เชื่อฟัง dialog การสนทนา
6. å bestemme ตัดสินใจ
7. omsorg ดูแล เอาใจใส่ beskyttelse ปกป้อง
8. å forsørge แบ่งปัน สนับสนุน เกื้อกูล
9. foreldre ผู้ปกครอง พ่อแม่ Sånn er det! มันเป็นอย่างนั้น
10. fødsel การเกิด å vokse opp เติบโต
11. barnehage โรงเรียนเด็กเล็ก อนุบาล dagmamma คนเลี้ยงเด็ก
12. kontantstøtte ผลประโยชน์เงินสด
13. fritidsaktiviteter กิจกรรมวันว่าง
14. ungdom วัยรุ่น konfirmasjon พิธ๊ศิลมหาสนิท
15. myndig บรรลุนิติภาวะ voksen ผู้ใหญ่
16. å gifte seg i kirken แต่งงานในโบสถ์ på rådhuset ตึกทำงานของราชการ ศาลากลาง
17. borgerlig พลเรือน
18. å gå tur ไปเที่ยว เดินเที่ยว
19. hytte กระท่อม å slappe av พักผ่อน ผ่อนคลาย
20. aldershjem บ้านคนชรา
21. begravelse ฝังศพ kirkegård สุสาน ที่ฝังศพ
22. bursdag วันเกิด fest งานเลื้ยง
23. storfamilie ครอบครัวขยาย
24. kjernefamilie ครอบครัวเดี่ยว ครอบครัวย่อย
25. ektepar คู่แต่งงาน คู่สมรส skilsmisse การหย่าร้าง
26. samboere คู่ ที่อยู่ร่วมกัน (ไม่ได้แต่งงาน) enslig mor med barn แม่ที่เลี้ยงดูลูกโดยลำพัง
27. partnere คู่ชวิต ผู้ที่อยู่ร่วมกัน enslig คนโสด
28. enebolig บ้านเดี่ยว tomannbolig บ้านที่มีเจ้าของ 2 ครอบครัว
29. rekkehus เทาวน์เฮาสน์ blokk แฟลต ตึกสูงหลายชั้น
30. huseier เจ้าของบ้าน
31. husleie การเช่า depositum เงินมัดจำ
32. forsikring ประกันภัย innboforsikring ประกันทรัพย์สินภายในบ้าน
33. eiendomsmegler ตัวแทนขายบ้าน
34. selveierbolig เจ้าของด้วยตัวเอง borettslag บ้านสหกรณ์
35. lån เงินกู้ boliglån เงินกู้เพื่อซื้อบ้าน
36. avdrag งวดการชำระ renter ดอกเบี้ย
37. privat økonomi การเงินส่วนบุคคล budsjett งบประมาณ
38. å ta hensyn til การปฏิบัติต่อผู้อื่น
39. å sortere แยกประเภท søppel ขยะ
40. gjenvinningsstasjon สถานีรวมสิ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้อีก

หัวข้อที่ 7 โครงสร้างประชากรและทรัพยากรธรรมชาติ
Emne 7 Befolkningsstruktur og naturforhold
1. geografi ภูมิศาสตร์
2. fjell ภูเขา skog ป่า
3. fjord อ่าวแคบที่อยู่ระหว่างหน้าผาสูงชัน
4. isbre ภูเขาน้ำแข็ง
5. kystlinje แนวชายฝั่ง
6. øy เกาะ fastland พื้นแผ่นดิน
7. sjø, hav ทะเล มหาสมุทร innsjø ทะเลสาป
8. klima ภูมิอากาศ været อากาศ
9. fire årstider สี่ฤดูกาล
10. vinter ฤดูหนาว vår ฤดูใบไม้ผลิ sommer ฤดูร้อน høst ฤดูใบไม้ล่วง
11. Golfstrømmen กระแสน้ำอุ่น Atlanterhavet มหาสมุทแอนแลนติก
12. midnattssol พระอาทิตย์เที่ยงคืน nordlys แสงขั้วโลกเหนือ
13. fryse หนาว blåse ลม regn ฝน
14. vinterklær เสื้อผ้าฤดูหนาว støvler รองเท้าบู๊ท
15. temperatur อุณหภูมิ termometer ที่วัดอุณหภูมิ
16. varm ร้อน tørr แห้ง
17. vindtett กันลม vanntett กันน้ำ
18. ull ผาขนสัตว์ genser เสื้อสวมหัว
19. naturressurs ทรัพยากรธรรมชาติ fisk ปลา skog ป่า olje น้ำมัน
20. elektrisk energi พลังงานไฟฟ้า elever แม่น้ำ fosser น้ำตก
21. vannkraft พลังงานน้ำ
22. eksportvare สินค้าส่งออก metaller โลหะ aluminium อลูมิเนียม
23. allemannsrett สิทธิในการใช้ทางสาธารณะ fiske ปลา bær ผลไม้ sopp เห็ด
24. jakt ล่าสัตว์
25. turister นักท่องเที่ยว
26. Nord-Norge ตอนเหนือ Finnmark, Troms, Nordland (Bodø)
27. Midt-Norge ตอนกลาง
28. Vestlandet ฝั่งตะวันตก
29. Sørlandet ตอนใต้
30. Østlandet ฝั่งตะวันออก
26. hovedstad เมืองหลวง Oslo
27. Bergen Trondheim
28. Stavanger Kristiansand 4เมืองประชากรมากกว่า 1 แสนคน
34. samferdsel ระบบการขนส่ง trafikk การจารจร transport การขนส่ง
35. vei ถนน ทาง bro สะพาน
36. jernbane ทางรถไฟ tunnel อุโมงค์
37. bil รถ buss รถประจำทาง
38. drosje รถแท็กซี่ taxi แท็กซี่
39. tog รถไฟ fly เครื่องบิน
40. ferge เรือข้ามฟาก Hurtigbåt เรือด่วน hurtigrute เส้นทางเรือด่วนเรียบชายฝั่ง

Thursday, October 1, 2009

การรูปประโยคที่ประธานกับกรรมเป็นคนคนเดียวกัน

ในภาษานอร์เวย์ ใช้คำว่า seg แต่จะเปลี่ยนไปตามประธาน ตัวอย่างเช่น

Jeg slo meg.
Du slo deg.
Han slo seg.
Hun slo seg.

คำว่า slo มาจากกริยา å slå เป็นรูปอดีต แปลว่า ตี กระแทก พอเป็นภาษาไทยใช้ได้หลายประโยคที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น หกล้มเอง เดินไปชนเสาเอง หัวกระแทกกับโต๊ะเอง เมื่อใดที่ได้รับบาดเจ็บโดยที่ไม่มีใครทำให้ ตัวเองทำตัวเองนั่นแหละ ต้องเขียนต่อด้วยหรือเปล่าว่าสมน้ำหน้า

รูปประโยคที่นำมาเขียนลงในบล็อกนี้เป็นรูปประโยคที่ดิฉันเห็นว่ามีลักษณะเฉพาะตัวของภาษานอร์เวย์ คิดว่าคงไม่เขียนต่อเรื่องรูปประโยคแล้วหละ หาอ่านการเขียนรูปประโยคได้จากมืออาชีพได้จากเว็บดังนี้

http://www.stolaf.edu/depts/norwegian/grammar/word-order.html
http://www.languageonthe.net/norsk/setningsbygning1.htm

การใช้รูปประโยคเมื่อประธานถูกกระทำ

ในภาษานอร์เวย์มีรูปแบบที่จำได้ง่ายดังนี้คือ

ใช้ s ในกริยา ตัวอย่างเช่น
Jeg sendes hjem. ฉันถูกส่งกลับบ้าน
Vi møtes på toget. เราพบกันที่รถไฟ
Må dette spises? อันนี้ต้องถูกกินหรือ
Kan dette brukes? อันนี้สามารถถูกใช้ได้หรือ

ใช้กิริยา å bli ตัวอย่างเช่น
Jeg blir sent hjem. Jeg ble sent hjem. Jeg har blitt sent hjem.
Vi blir møtet på toget. Vi ble møtet på toget. Vi har blitt møtet på toget.
Må dette blir spist?
Kan dette blir brukt?

Thursday, September 24, 2009

การใช้รูปประโยคคำสั่ง

ในภาษานอร์เวย์ รูปประโยคคำสั่ง หรือผู้พูดบอกให้ผู้อื่นทำตามที่ผู้พูดต้องการ มีกฏง่ายๆ ว่าให้ตัด "e" ออกจาก infinitiv form ตัวอย่างเช่น
å spise = spis grønnsaker! กินผัก กินผักด้วย
å snakke = snakk thai! พูดไทย พูดไทยซิ
å hjelpe = hjelp! ช่วยด้วย ช่วยหน่อย
å gjøre = gjør det! ทำซิ ทำให้หน่อย
å slutte = slutt! หยุด หยุดไปเลย

แล้วถ้าไม่มี "e" ให้ตัดหละ ทำไง ก็ไม่ต้องตัด ตัวอย่างเช่น
å ta = ta det! เอาไป เอาไปเลย
å gå = gå hjem! กลับบ้าน กลับบ้านนะ

จะเห็นได้ว่าภาษาไทยสละสลวยตรงที่มีสร้อยคำตามท้ายที่บ่งบอกอารมณ์ของผู้พูด และระดับความสุภาพของภาษา

คำสั่งที่ดิฉันใช้บ่อยมากกับลูกสาว จริงๆ แล้ว "แม่ขอร้อง" spis grønnsaker! และก็ snakk thai! ส่วนลูกสาวใช้บ่อย hjelp! gjør det! slutt!

ส่วนสามีดิฉันมักพูดกับลูกสาวว่า "ikke tull nå!" ถ้าแปลตามตัวอักษรคงประมาณ "ตอนนี้อย่าไร้สาระ" ถ้าเทียบกับภาษาไทยที่ใช้บ่อย น่าจะใช้ประโยคนี้ "อย่าทำเป็นเล่น"

Friday, September 11, 2009

การใช้รูปประโยคสับเปลี่ยนที่กัน

ภาษานอร์เวย์มีลักษณะพิเศษ ที่ดิฉันคิดว่าทำให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นี่แหละคือความสวยงามของภาษา ไม่แน่ใจภาษาอื่นๆ ใดๆ ในโลกที่มีกฎยังนี้เด้วยหรือเปล่า รูปประโยคทั่วไปคำวิเศษณ์จะอยู่ท้ายสุดของปรโยค สำหรับภาษานอร์เวย์เมื่อคำวิเศษณ์ขึ้นต้นประโยค รูปประโยคจะสับเปลี่ยนที่กัน คือประธานจะอยู่หลังกริยา ตัวอย่างเช่น

Du kommer endelig.
Endelig kommer du.
Jeg er glad nå.
Nå er jeg glad.
Jeg drar snart.
Snart drar jeg.
Først spør jeg.
Jeg spør først.
Jeg hviler etterpå.
Etterpå hviler jeg.
Det er nok nå.
Nå er det nok.

นอกเหนือจากภาษาสวีเดน ภาษาเดนมาร์ค น่าจะมีภาษาอื่นๆ ที่มีกฏแบบนี้ ใครรู้บ้าง “วานบอก”

Wednesday, August 26, 2009

การใช้รูประโยค (ปฏิเสธ)

ในกรณีรูปประโยคปฏิเสธทั่วไป คำว่า "ikke" จะอยู่หลังกริยา เช่น
Jeg spiser ikke sjokolade.
Jeg går ikke på konserten.
Hun liker ikke innkjøp.
Du blir ikke lenge.

ในภาษานอร์เวย์มีการใช้รูปประโยคปฎิเสธที่แตกต่าง คือ เมื่อประโยคนั้นไม่ใช่ประโยคหลัก คำว่า "ikke" จะอยู่หน้ากริยา เช่น
Jeg tror at det ikke er det.
Jeg angrer på at jeg ikke fikk gått på konserten.
Hun angrer på at hun ikke kjøpte den.
Det er synd du ikke kan bli lenge.

Friday, July 24, 2009

การใช้รูประโยคที่ผิด

เมื่อลูกสาวบอกแม่ว่า "ม่าม๊า เธอ พูดไม่ถูก" "ม่าม๊า เธอ ยังคงพูดผิด" "Mamma du snakker ikke riktig" "Mamma du er fortsatt feil" แม่ก็เลยต้องให้พ่อของลูกช่วยฟัง "ป่าป๊า ฉันพูดถูกต้องรึยัง" ป่าป๊าตอบ "ใช้ได้แล้ว" แต่โซเฟียบอกว่ายังคงผิดอยู่

แต่ก่อนพูดคุยกับลูก เข้าใจโต้ตอบ ก็ดีใจ ลูกฟังภาษานอร์เวย์ที่แม่พูดได้ เมื่อลูกโตขึ้นรู้จักวิพากษ์วิจารณ์ "แม่พูดไม่ถูกต้อง แม่ยังพูดผิดอีก" แล้วแม่จะทำอย่างไร มีบ้างที่แม่น้อยใจ เมื่อลูกติ และไม่ยอมรับสำเนียงที่เพี้ยนของแม่ ลูกอายุแค่หกขวบกว่าๆ ก็ได้แต่ตอบลูกไปว่า แม่เป็นคนไทย พูดภาษาไทยได้ชัด การออกเสียงภาษานอร์เวย์ยากสำหรับแม่ แต่ทำไมโซเฟียพูดภาษาไทยได้ชัดและถูกต้องหละ ลูกเก่งมาก Du er så flink! จริงๆ แล้วลูกก็เข้าใจที่แม่พูด และลูกก็รู้ว่าแม่ออกเสียงไม่ชัด

การใช้รูปประโยคที่ผิด ตัวอย่างจากลูกสาวน้องโซเฟีย
"Mamma du er fortsatt feil" ประโยคที่ถูกต้องควรเป็น "Mamma du har fortsatt feil" "Mamma du gjør fortsatt feil" "Mamma det er fortsatt feil"

ดิฉันมีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาบ้าง ทำให้การเขียน การแต่งประโยคภาษานอร์เวย์เพี้ยนเพราะใช้รูปแบบตามภาษาอังกฤษ ตอนนนี้นึกไม่ออก จำได้ว่าตอนเรียนภาษานอร์เวย์ และหัดแต่งประโยค สามีมักบอกว่า ประโยคนี้ไม่ถูกต้อง ภาษานอร์เวย์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ถ้านึกออกจะนำมาเขียนต่อเพื่อเป็นตัวอย่างนะคะ

Thursday, April 9, 2009

คำหลายคำที่ออกเสียงคล้ายกัน

มึคำหลายคำในภาษนอร์เวย์ที่ออกเสียงคล้ายกัน ดิฉันฟังแล้วมันเหมือนกันไปหมด คงต้องโทษหูตัวเอง ลองมาดูกันมีคำอะไรบ้าง

Fjert ตด
fjes หน้า
fjellet ภูเขา

feire เฉลิมฉลอง
ferie วันหยุด
flere หลาย

fjær ขนนก
fjerde ที่สี่
fjøl เขียง

sterk แข็งแรง เผ็ด
steke ทอด

ถ้านึกคำได้มากกว่านี้ หรือค้นพบคำใหม่จะมาเขียนต่อค่ะ

Friday, April 3, 2009

รวบรวมคำต่างๆ ของภาษานอร์เวย์ที่ออกเสียงยาก

รวบรวมคำต่างๆ ของภาษานอร์เวย์ที่ออกเสียงยากเสียเหลือเกินสำหรับดิฉัน กติกาคือไม่ว่าจะเป็นคำชนิดใด คำนาม คำวิเศษณ์ คำกริยา ฯลฯ ไม่เรียงตามตัวอักษร นึกได้หรือประสบปัญหาในการออกเสียง ก็จะมาเขียนต่อในรายการข้างล่างนี้ ดูซิว่าจะมีจำนวนคำที่ออกเสียงยากมากขนาดไหน แต่ตอนนี้นึกได้อยู่สองคำ
1. flau = อาย
2. umulig = เป็นไปไม่ได้
มาเริ่มเขียนต่อแล้วนะคะ
3. luft = อากาศ
4. grille = ย่าง
5. konsert = คอนเสิร์ต
6. tilbud = เสนอ

Wednesday, March 18, 2009

การออกเสียงภาษานอร์เวย์ (ต่อ)

ทำไมการออกเสียงภาษานอร์เวย์จึงยากสำหรับคนไทย ก่อนอื่นลองมาอ่านตัวอักษรภาษานอร์เวย์ทั้งหมด 29ตัว Aออา Bเบ Cเซ Dเด Eเอ Fเอฟ Gเก Hโฮ้ Iอี Jเย Kโค้ Lเอล Mแอม Nแอ็น Oอู Pเพ Qคูว Rอาร Sแอส Tเท Uอู Vเว Wด๊อบเบิ้ลเว Xแอ็กซ Yอี Zแซท Æอา Øเออ Åโอ
ดิฉันมีปัญหาในการออกเสียง R เป็นหลัก และตัออักษรอื่นๆอีกเช่น L U

ขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงของดิฉันเองที่พูดคุยกับคนนอร์เวย์รอบข้าง แล้วพวกเขาทั้งหลายไม่สามารถเข้าใจได้ในทันที
•พูดกับเพื่อนสามีที่ทำงานที่เดียวกันมาเยี่ยมที่บ้าน
ฉันชอบกินองุ่น Jeg liker å spise drue.
ออกเสียงโดยไม่มี r ก็ได้ due ซึ่งแปลว่านกพิราบ
•พูดกับพ่อสามี
ฉันขอกุญแจรถ Kan jeg få bil nøkkel?
ออกเสียงโดยไม่มี l แต่ออกเสียง n แทน ซึ่งเป็นตัวสะกด “น” ของไทยที่เราใช้กันอยู่
•พูดกับเพื่อนสนิทสามี
เธอเป็นคนขับรถให้ฉันก็ได้ Da kan du bli min sjåfør.
ออกเสียงโดยไม่มี r คนฟังงงไม่เข้าใจว่าดิฉันหมายถึงอะไร สามีซึ่งนั่งข้างๆ พูดซ้ำให้ดิฉันพูดตาม sjåførrr ก็ทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ทันทีว่าหมายถึงอะไร
•พูดกับเพื่อนร่วมงาน
ฉันภูมิใจที่ทำงานที่นี่ Jeg er stolt av å jobbe her.
ออกเสียงโดยไม่มี l คนฟังไม่เข้าใจ พยายามพูดซ้ำแต่ผู้ฟังก็ยังไม่รู้ เลยต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าพูดออกไปว่า I am proud to work here.

ตอนนี้ดิฉันก็ยังมีปัญหาในการออกเสียงอยู่ ทั้งๆ ที่รู้ ว่าสะกดอย่างไร และต้องออกเสียงตัวเหล่านั้นด้วย แต่มันไม่ออกมาโดยอัตโนมัติเหมือนที่ลูกสาวเป็น มีตัวสะกดลงท้ายที่ต้องออกเสียง ตัวอย่างเช่น เก่ง flink หยุด slutt มีชื่อเสียง berømt คำพวกนี้ฟังลูกสาวพูดก็จะได้ยิน k (เคอะ) t (เทอะ) ตลอด ส่วนของดิฉันก็ประมาณว่ามีบ้างไม่มีบ้าง และโดยเฉพาะคำว่า flink เป็นคำที่ใช้พูดกันบ่อยมากในชีวิตประจำวัน นอกจากจะต้องออกเสียงลงท้าย เคอะ ก็ต้องไม่ลืมที่จะมีเสียง l อยู่ด้วยในคำนั้น น่าจะเขียนให้เห็นเป็นภาษาไทยได้ประมาณนี้ “ฟิ๊ลงเคอะ”

บางครั้งมีส่วนที่ว่าดิฉันมีพื้นภาษาอังกฤษมาบ้างก็ทำให้เป็นอุปสรรคในการออกเสียงพอสมควร คำบางคำของภาษานอร์เวย์ที่คล้ายหรือเหมือนภาษาอังกฤษก็ทำให้ดิฉันเหมาออกเสียงตามภาษาอังกฤษแบบไทยๆแทน ก็เลยเพี้ยน ยกตัวอย่างเช่น การจารจร traffic trafikk ไขมัน fat fet ดนตรี music musikk นอกจากนี้สระผสมของของภาษานอร์เวย์และภาษาอังกฤษออกเสียงต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ประเทศออสเตรเลีย Australia และ Fauske (ชื่ออำเภอ/คอมมูนหนึ่งในประเทศนอร์เวย์) เวลาออกเสียง ถ้าไปออกตาม Australia ก็จะไม่ถูกต้องเพราะ au ภาษานอร์เวย์ออกเสียง เออเอา ไม่ใช่ ออ

จากคำถามที่ขึ้นต้นไว้ว่า ทำไมการออกเสียงภาษานอร์เวย์จึงยากสำหรับคนไทย เข้าใจว่าการออกเสียงของภาษาไทยนั้นไม่มีเสียงอย่างที่ภาษานอร์เวย์มี การใช้ลิ้นในส่วนต่างๆของช่องปากมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับภาษานอร์เวย์ ดิฉันย้ายมาอยู่ประเทศนอร์เวย์ อายุก็ 30กว่าปีแล้ว เพราะฉะนั้นยากมากที่จะฝึกพูดให้ได้ชัด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า “ไม่ได้” อยู่ที่ว่าต้องขยันฝึก แต่ไม่ได้ขยันฝึกก็เลยไม่ได้ เวลาฝึกจะมีอาการปวดกราม เหนื่อยใจที่ทำไมออกเสียงไม่ได้ ทั้งๆที่พยายามและพูดซ้ำๆอยู่นาน

หมายเหตุ คนนอร์เวย์แต่ละคนมีการรับรู้และเข้าใจการออกเสียงภาษานอร์เวย์ของคนต่างชาติในระดับที่ไม่เท่ากันอย่างมีนัยสำคัญ

Monday, March 16, 2009

การออกเสียงภาษานอร์เวย์

การออกเสียงภาษานอร์เวย์เป็นส่วนที่ยากที่สุดของภาษา โดยเฉพาะสำหรับคนไทย Hvordan uttaler man norsk? Voor-don ootaller mon norshhhhk? วู๊ร-ด้อน อูทาเลอร มาน นอรชชชค เราจะออกเสียงภาษานอร์เวย์อย่างไร
มีสระ 3 ตัว ของภาษานอร์เวย์ที่ภาษาอังกฤษไม่มีคือ æ, ø, å สระอีก 5 ตัวได้แก่ a, e, i, o, u ตัวอักษร y ในภาษานอร์เวย์ถุกจัดให้เป็นสระ ตัว y นี้ให้อ่านออกเสียง อี และทำปากจู๋ยื่น ลองมาออกเสียงสระตัวอื่นกันบ้าง
“æ” อ่านออกเสียง “อา” ยาวและทำปากกว้าง
“ø” อ่านออกเสียง “เออ”
“å “อ่านออกเสียง “โอ”
“a” อ่านออกเสียง “ออ” ไม่ใช่ “ออ” แบบไทยนะ จะเป็นแบบ “ออ+อา”
“e” อ่านออกเสียง “เอ”
“i” อ่านออกเสียง “อี” ทำปากกว้างลากเสียงยาว
“o” อ่านออกเสียง “อู”
“u” อ่านออกเสียง “อู” ปากยื่นเกร่ง ถ้าเทียบกับภาษาอังกฤษน่าจะได้ “ew”

หมายเหตุ ใครสามารถอธิบาย “ทำปากจู๋ยื่น” โดยใช้คำอธิบายตัวอื่นมาแทนได้ ตอนนี้ดิฉันคิดไม่ออก ช่วยด้วยค่ะ มีรางวัล

Sunday, February 22, 2009

ภาษานอร์เวย์

มาเริ่มที่ภาษาก่อน ที่เป็นที่มาแบบแนวกว้างๆ ภาษาของประเทศแสกนดิเนเวียน เดนมาร์ค นอร์เวย์ สวีเดน มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ชาวเดนมาร์คเข้าใจชาวนอร์เวย์ และ ชาวนอร์เวย์เข้าใจชาวสวีเดน ภาษาเดนมาร์คกับสวีเดนมีลักษณะที่คล้ายไม่มากนัก ภาษานอร์เวย์จึงเป็นคล้ายกับตัวหารร่วมของทั้งสองภาษานี้ แปลกใจใช่ไหมคะว่าทำไม เดนมาร์ค สวีเดน และนอร์เวย์ มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ ทำให้มีการแลกเปลี่ยนภาษาซึ่งกันและกัน เริ่มจาก ทั้ง 3 ประเทศเคยรวมกันเป็นสหภาพคาลมาร์ และอยู่ภายใต้พระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกัน ตั้งแต่ปีคศ.1397-1523 เดนมาร์คปกครองเหนือนอร์เวย์เกือบสามร้อยปี ปีค.ศ.1536-1814 หลังจากนี้นอร์เวย์ก็อยู่ภายใต้การปกครองของสวีเดน ปีค.ศ.1814-1905 ช่วงที่นอร์เวย์อยู่กับเดนมาร์ค ภาษาเดนมาร์คเป็นภาษามาตราฐานที่ใช้ในการเขียนและการพูดของชาวนอร์เวย์ ช่วงที่นอร์เวย์อยู่กับสวีเดนเป็นช่วงที่มีความเคลื่อนไหวขบวนการชาตินิยมในนอร์เวย์ และได้มีการพัฒนาภาษาให้เป็นภาษาของตัวเอง ภาษาเขียนนอร์เวย์มี 2 แบบ คือ บู๊คมอล (bokmål) และ นีนอรชค์ (nynorsk) ชาวนอร์เวย์ส่วนใหญ่ใช้บู๊คมอลในการเขียน แต่ก็พูดภาษาท้องถิ่นของตนเองเป็นหลัก

ที่มา

ดิฉันเขียนบล็อกเป็นงานอดิเรกมีทั้งภาษาไทย ภาษานอร์เวย์ และภาษาอังกฤษ เขียนไปเรื่อยเปื่อย ทั้งที่มีบอกไว้ในบล็อกว่าจะเขียนอะไรที่เกี่ยวกับสังคมนอร์เวย์ วัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ แต่ก็ออกนอกเรื่องนอกราว ตั้งใจจะเขียนเพิ่มเหมารวมไว้ในบล็อก “thaikursfornorsk/ครอสภาษาไทยสำหรับชาวนอร์เวย”นี้ จะพยายามเขียนให้อยู่ในกรอบที่ตั้งไว้ และหวังว่าเนื้อหาจะมีประโยชน์สำหรับคนไทยที่สนใจค่ะ

วงศ์จันทร์

ภาษานอร์เวย์
มาเริ่มที่ภาษาก่อน ที่เป็นที่มาแบบแนวกว้างๆ ภาษาของประเทศแสกนดิเนเวียน เดนมาร์ค นอร์เวย์ สวีเดน มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ชาวเดนมาร์คเข้าใจชาวนอร์เวย์ และ ชาวนอร์เวย์เข้าใจชาวสวีเดน ภาษาเดนมาร์คกับสวีเดนมีลักษณะที่คล้ายไม่มากนัก ภาษานอร์เวย์จึงเป็นคล้ายกับตัวหารร่วมของทั้งสองภาษานี้ แปลกใจใช่ไหมคะว่าทำไม เดนมาร์ค สวีเดน และนอร์เวย์ มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ ทำให้มีการแลกเปลี่ยนภาษาซึ่งกันและกัน เริ่มจาก ทั้ง 3 ประเทศเคยรวมกันเป็นสหภาพคาลมาร์ และอยู่ภายใต้พระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกัน ตั้งแต่ปีคศ.1397-1523 เดนมาร์คปกครองเหนือนอร์เวย์เกือบสามร้อยปี ปีค.ศ.1536-1814 หลังจากนี้นอร์เวย์ก็อยู่ภายใต้การปกครองของสวีเดน ปีค.ศ.1814-1905 ช่วงที่นอร์เวย์อยู่กับเดนมาร์ค ภาษาเดนมาร์คเป็นภาษามาตราฐานที่ใช้ในการเขียนและการพูดของชาวนอร์เวย์ ช่วงที่นอร์เวย์อยู่กับสวีเดนเป็นช่วงที่มีความเคลื่อนไหวขบวนการชาตินิยมใน นอร์เวย์ และได้มีการพัฒนาภาษาให้เป็นภาษาของตัวเอง ภาษาเขียนนอร์เวย์มี 2 แบบ คือ บู๊คมอล (bokmål) และ นีนอรชค์ (nynorsk) ชาวนอร์เวย์ส่วนใหญ่ใช้บู๊คมอลในการเขียน แต่ก็พูดภาษาท้องถิ่นของตนเองเป็นหลัก

การออกเสียงภาษานอร์เวย์
การออกเสียงภาษานอร์เวย์เป็นส่วนที่ยากที่สุดของภาษา โดยเฉพาะสำหรับคนไทย Hvordan uttaler man norsk? Voor-don ootaller mon norshhhhk? วู๊ร-ด้อน อูทาเลอร มาน นอรชชชค เราจะออกเสียงภาษานอร์เวย์อย่างไร
มี สระ 3 ตัว ของภาษานอร์เวย์ที่ภาษาอังกฤษไม่มีคือ æ, ø, å สระอีก 5 ตัวได้แก่ a, e, i, o, u ตัวอักษร y ในภาษานอร์เวย์ถุกจัดให้เป็นสระ ตัว y นี้ให้อ่านออกเสียง อี และทำปากจู๋ยื่น ลองมาออกเสียงสระตัวอื่นกันบ้าง
“æ” อ่านออกเสียง “อา” ยาวและทำปากกว้าง
“ø” อ่านออกเสียง “เออ”
“å “อ่านออกเสียง “โอ”
“a” อ่านออกเสียง “ออ” ไม่ใช่ “ออ” แบบไทยนะ จะเป็นแบบ “ออ+อา”
“e” อ่านออกเสียง “เอ”
“i” อ่านออกเสียง “อี” ทำปากกว้างลากเสียงยาว
“o” อ่านออกเสียง “อู”
“u” อ่านออกเสียง “อู” ปากยื่นเกร่ง ถ้าเทียบกับภาษาอังกฤษน่าจะได้ “ew”

หมายเหตุ ใครสามารถอธิบาย “ทำปากจู๋ยื่น” โดยใช้คำอธิบายตัวอื่นมาแทนได้ ตอนนี้ดิฉันคิดไม่ออก ช่วยด้วยค่ะ มีรางวัล

การออกเสียงภาษานอร์เวย์ (ต่อ)
ทำไมการออกเสียงภาษานอร์เวย์จึงยากสำหรับคนไทย ก่อนอื่นลองมาอ่านตัวอักษรภาษานอร์เวย์ทั้งหมด 29ตัว Aออา Bเบ Cเซ Dเด Eเอ Fเอฟ Gเก Hโฮ้ Iอี Jเย Kโค้ Lเอล Mแอม Nแอ็น Oอู Pเพ Qคูว Rอาร Sแอส Tเท Uอู Vเว Wด๊อบเบิ้ลเว Xแอ็กซ Yอี Zแซท Æอา Øเออ Åโอ
ดิฉันมีปัญหาในการออกเสียง R เป็นหลัก และตัออักษรอื่นๆอีกเช่น L U

ขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริงของดิฉันเองที่พูดคุยกับคนนอร์เวย์รอบข้าง แล้วพวกเขาทั้งหลายไม่สามารถเข้าใจได้ในทันที
•พูดกับเพื่อนสามีที่ทำงานที่เดียวกันมาเยี่ยมที่บ้าน
ฉันชอบกินองุ่น Jeg liker å spise drue.
ออกเสียงโดยไม่มี r ก็ได้ due ซึ่งแปลว่านกพิราบ
•พูดกับพ่อสามี
ฉันขอกุญแจรถ Kan jeg få bil nøkkel?
ออกเสียงโดยไม่มี l แต่ออกเสียง n แทน ซึ่งเป็นตัวสะกด “น” ของไทยที่เราใช้กันอยู่
•พูดกับเพื่อนสนิทสามี
เธอเป็นคนขับรถให้ฉันก็ได้ Da kan du bli min sjåfør.
ออก เสียงโดยไม่มี r คนฟังงงไม่เข้าใจว่าดิฉันหมายถึงอะไร สามีซึ่งนั่งข้างๆ พูดซ้ำให้ดิฉันพูดตาม sjåførrr ก็ทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ทันทีว่าหมายถึงอะไร
•พูดกับเพื่อนร่วมงาน
ฉันภูมิใจที่ทำงานที่นี่ Jeg er stolt av å jobbe her.
ออกเสียงโดยไม่มี l คนฟังไม่เข้าใจ พยายามพูดซ้ำแต่ผู้ฟังก็ยังไม่รู้ เลยต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าพูดออกไปว่า I am proud to work here.

ตอน นี้ดิฉันก็ยังมีปัญหาในการออกเสียงอยู่ ทั้งๆ ที่รู้ ว่าสะกดอย่างไร และต้องออกเสียงตัวเหล่านั้นด้วย แต่มันไม่ออกมาโดยอัตโนมัติเหมือนที่ลูกสาวเป็น มีตัวสะกดลงท้ายที่ต้องออกเสียง ตัวอย่างเช่น เก่ง flink หยุด slutt มีชื่อเสียง berømt คำพวกนี้ฟังลูกสาวพูดก็จะได้ยิน k (เคอะ) t (เทอะ) ตลอด ส่วนของดิฉันก็ประมาณว่ามีบ้างไม่มีบ้าง และโดยเฉพาะคำว่า flink เป็นคำที่ใช้พูดกันบ่อยมากในชีวิตประจำวัน นอกจากจะต้องออกเสียงลงท้าย เคอะ ก็ต้องไม่ลืมที่จะมีเสียง l อยู่ด้วยในคำนั้น น่าจะเขียนให้เห็นเป็นภาษาไทยได้ประมาณนี้ “ฟิ๊ลงเคอะ”

บางครั้งมีส่วนที่ว่าดิฉันมีพื้นภาษาอังกฤษมาบ้างก็ทำให้เป็นอุปสรรคในการออกเสียงพอสมควร คำบางคำของภาษานอร์เวย์ที่คล้ายหรือเหมือนภาษาอังกฤษก็ทำให้ดิฉันเหมาออก เสียงตามภาษาอังกฤษแบบไทยๆแทน ก็เลยเพี้ยน ยกตัวอย่างเช่น การจารจร traffic trafikk ไขมัน fat fet ดนตรี music musikk นอกจากนี้สระผสมของของภาษานอร์เวย์และภาษาอังกฤษออกเสียงต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ประเทศออสเตรเลีย Australia และ Fauske (ชื่ออำเภอ/คอมมูนหนึ่งในประเทศนอร์เวย์) เวลาออกเสียง ถ้าไปออกตาม Australia ก็จะไม่ถูกต้องเพราะ au ภาษานอร์เวย์ออกเสียง เออเอา ไม่ใช่ ออ

จาก คำถามที่ขึ้นต้นไว้ว่า ทำไมการออกเสียงภาษานอร์เวย์จึงยากสำหรับคนไทย เข้าใจว่าการออกเสียงของภาษาไทยนั้นไม่มีเสียงอย่างที่ภาษานอร์เวย์มี การใช้ลิ้นในส่วนต่างๆของช่องปากมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับภาษานอร์เวย์ ดิฉันย้ายมาอยู่ประเทศนอร์เวย์ อายุก็ 30กว่าปีแล้ว เพราะฉะนั้นยากมากที่จะฝึกพูดให้ได้ชัด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า “ไม่ได้” อยู่ที่ว่าต้องขยันฝึก แต่ไม่ได้ขยันฝึกก็เลยไม่ได้ เวลาฝึกจะมีอาการปวดกราม เหนื่อยใจที่ทำไมออกเสียงไม่ได้ ทั้งๆที่พยายามและพูดซ้ำๆอยู่นาน

หมายเหตุ คนนอร์เวย์แต่ละคนมีการรับรู้และเข้าใจการออกเสียงภาษานอร์เวย์ของคนต่างชาติในระดับที่ไม่เท่ากันอย่างมีนัยสำคัญ

คำหลายคำที่ออกเสียงคล้ายกัน
มึคำหลายคำในภาษนอร์เวย์ที่ออกเสียงคล้ายกัน ดิฉันฟังแล้วมันเหมือนกันไปหมด คงต้องโทษหูตัวเอง ลองมาดูกันมีคำอะไรบ้าง

Fjert ตด
fjes หน้า
fjellet ภูเขา

feire เฉลิมฉลอง
ferie วันหยุด
flere หลาย

fjær ขนนก
fjerde ที่สี่
fjøl เขียง

sterk แข็งแรง เผ็ด
steke ทอด

ถ้านึกคำได้มากกว่านี้ หรือค้นพบคำใหม่จะมาเขียนต่อค่ะ

รวบรวมคำต่างๆ ของภาษานอร์เวย์ที่ออกเสียงยาก
รวบรวมคำต่างๆ ของภาษานอร์เวย์ที่ออกเสียงยากเสียเหลือเกินสำหรับดิฉัน กติกาคือไม่ว่าจะเป็นคำชนิดใด คำนาม คำวิเศษณ์ คำกริยา ฯลฯ ไม่เรียงตามตัวอักษร นึกได้หรือประสบปัญหาในการออกเสียง ก็จะมาเขียนต่อในรายการข้างล่างนี้ ดูซิว่าจะมีจำนวนคำที่ออกเสียงยากมากขนาดไหน แต่ตอนนี้นึกได้อยู่สองคำ
1. flau = อาย
2. umulig = เป็นไปไม่ได้
มาเริ่มเขียนต่อแล้วนะคะ
3. luft = อากาศ
4. grille = ย่าง
5. konsert = คอนเสิร์ต
6. tilbud = เสนอ

การใช้รูประโยคที่ผิด
เมื่อลูกสาวบอกแม่ว่า "ม่าม๊า เธอ พูดไม่ถูก" "ม่าม๊า เธอ ยังคงพูดผิด" "Mamma du snakker ikke riktig" "Mamma du er fortsatt feil" แม่ก็เลยต้องให้พ่อของลูกช่วยฟัง "ป่าป๊า ฉันพูดถูกต้องรึยัง" ป่าป๊าตอบ "ใช้ได้แล้ว" แต่โซเฟียบอกว่ายังคงผิดอยู่

แต่ ก่อนพูดคุยกับลูก เข้าใจโต้ตอบ ก็ดีใจ ลูกฟังภาษานอร์เวย์ที่แม่พูดได้ เมื่อลูกโตขึ้นรู้จักวิพากษ์วิจารณ์ "แม่พูดไม่ถูกต้อง แม่ยังพูดผิดอีก" แล้วแม่จะทำอย่างไร มีบ้างที่แม่น้อยใจ เมื่อลูกติ และไม่ยอมรับสำเนียงที่เพี้ยนของแม่ ลูกอายุแค่หกขวบกว่าๆ ก็ได้แต่ตอบลูกไปว่า แม่เป็นคนไทย พูดภาษาไทยได้ชัด การออกเสียงภาษานอร์เวย์ยากสำหรับแม่ แต่ทำไมโซเฟียพูดภาษาไทยได้ชัดและถูกต้องหละ ลูกเก่งมาก Du er så flink! จริงๆ แล้วลูกก็เข้าใจที่แม่พูด และลูกก็รู้ว่าแม่ออกเสียงไม่ชัด

การใช้รูปประโยคที่ผิด ตัวอย่างจากลูกสาวน้องโซเฟีย
"Mamma du er fortsatt feil" ประโยคที่ถูกต้องควรเป็น "Mamma du har fortsatt feil" "Mamma du gjør fortsatt feil" "Mamma det er fortsatt feil"

ดิฉัน มีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาบ้าง ทำให้การเขียน การแต่งประโยคภาษานอร์เวย์เพี้ยนเพราะใช้รูปแบบตามภาษาอังกฤษ ตอนนนี้นึกไม่ออก จำได้ว่าตอนเรียนภาษานอร์เวย์ และหัดแต่งประโยค สามีมักบอกว่า ประโยคนี้ไม่ถูกต้อง ภาษานอร์เวย์ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ถ้านึกออกจะนำมาเขียนต่อเพื่อเป็นตัวอย่างนะคะ

การใช้รูประโยค (ปฏิเสธ)
ในกรณีรูปประโยคปฏิเสธทั่วไป คำว่า "ikke" จะอยู่หลังกริยา เช่น
Jeg spiser ikke sjokolade.
Jeg går ikke på konserten.
Hun liker ikke innkjøp.
Du blir ikke lenge.

ในภาษานอร์เวย์มีการใช้รูปประโยคปฎิเสธที่แตกต่าง คือ เมื่อประโยคนั้นไม่ใช่ประโยคหลัก คำว่า "ikke" จะอยู่หน้ากริยา เช่น
Jeg tror at det ikke er det.
Jeg angrer på at jeg ikke fikk gått på konserten.
Hun angrer på at hun ikke kjøpte den.
Det er synd du ikke kan bli lenge.

การใช้รูปประโยคคำสั่ง
ในภาษานอร์เวย์ รูปประโยคคำสั่ง หรือผู้พูดบอกให้ผู้อื่นทำตามที่ผู้พูดต้องการ มีกฏง่ายๆ ว่าให้ตัด "e" ออกจาก infinitiv form ตัวอย่างเช่น
å spise = spis grønnsaker! กินผัก กินผักด้วย
å snakke = snakk thai! พูดไทย พูดไทยซิ
å hjelpe = hjelp! ช่วยด้วย ช่วยหน่อย
å gjøre = gjør det! ทำซิ ทำให้หน่อย
å slutte = slutt! หยุด หยุดไปเลย

แล้วถ้าไม่มี "e" ให้ตัดหละ ทำไง ก็ไม่ต้องตัด ตัวอย่างเช่น
å ta = ta det! เอาไป เอาไปเลย
å gå = gå hjem! กลับบ้าน กลับบ้านนะ

จะเห็นได้ว่าภาษาไทยสละสลวยตรงที่มีสร้อยคำตามท้ายที่บ่งบอกอารมณ์ของผู้พูด และระดับความสุภาพของภาษา

คำ สั่งที่ดิฉันใช้บ่อยมากกับลูกสาว จริงๆ แล้ว "แม่ขอร้อง" spis grønnsaker! และก็ snakk thai! ส่วนลูกสาวใช้บ่อย hjelp! gjør det! slutt!

ส่วน สามีดิฉันมักพูดกับลูกสาวว่า "ikke tull nå!" ถ้าแปลตามตัวอักษรคงประมาณ "ตอนนี้อย่าไร้สาระ" ถ้าเทียบกับภาษาไทยที่ใช้บ่อย น่าจะใช้ประโยคนี้ "อย่าทำเป็นเล่น"

การใช้รูปประโยคสับเปลี่ยนที่กัน
ภาษานอร์เวย์มีลักษณะพิเศษ ที่ดิฉันคิดว่าทำให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นี่แหละคือความสวยงามของภาษา ไม่แน่ใจภาษาอื่นๆ ใดๆ ในโลกที่มีกฎยังนี้เด้วยหรือเปล่า รูปประโยคทั่วไปคำวิเศษณ์จะอยู่ท้ายสุดของปรโยค สำหรับภาษานอร์เวย์เมื่อคำวิเศษณ์ขึ้นต้นประโยค รูปประโยคจะสับเปลี่ยนที่กัน คือประธานจะอยู่หลังกริยา ตัวอย่างเช่น

Du kommer endelig.
Endelig kommer du.
Jeg er glad nå.
Nå er jeg glad.
Jeg drar snart.
Snart drar jeg.
Først spør jeg.
Jeg spør først.
Jeg hviler etterpå.
Etterpå hviler jeg.
Det er nok nå.
Nå er det nok.

นอกเหนือจากภาษาสวีเดน ภาษาเดนมาร์ค น่าจะมีภาษาอื่นๆ ที่มีกฏแบบนี้ ใครรู้บ้าง “วานบอก”

การใช้รูปประโยคเมื่อประธานถูกกระทำ
ในภาษานอร์เวย์มีรูปแบบที่จำได้ง่ายดังนี้คือ

ใช้ s ในกริยา ตัวอย่างเช่น
Jeg sendes hjem. ฉันถูกส่งกลับบ้าน
Vi møtes på toget. เราพบกันที่รถไฟ
Må dette spises? อันนี้ต้องถูกกินหรือ
Kan dette brukes? อันนี้สามารถถูกใช้ได้หรือ

ใช้กิริยา å bli ตัวอย่างเช่น
Jeg blir sent hjem. Jeg ble sent hjem. Jeg har blitt sent hjem.
Vi blir møtet på toget. Vi ble møtet på toget. Vi har blitt møtet på toget.
Må dette blir spist?
Kan dette blir brukt?

การรูปประโยคที่ประธานกับกรรมเป็นคนคนเดียวกัน
ในภาษานอร์เวย์ ใช้คำว่า seg แต่จะเปลี่ยนไปตามประธาน ตัวอย่างเช่น

Jeg slo meg.
Du slo deg.
Han slo seg.
Hun slo seg.

คำ ว่า slo มาจากกริยา å slå เป็นรูปอดีต แปลว่า ตี กระแทก พอเป็นภาษาไทยใช้ได้หลายประโยคที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น หกล้มเอง เดินไปชนเสาเอง หัวกระแทกกับโต๊ะเอง เมื่อใดที่ได้รับบาดเจ็บโดยที่ไม่มีใครทำให้ ตัวเองทำตัวเองนั่นแหละ ต้องเขียนต่อด้วยหรือเปล่าว่าสมน้ำหน้า

รูปประโยคที่นำมาเขียนลงใน บล็อกนี้เป็นรูปประโยคที่ดิฉันเห็นว่ามีลักษณะเฉพาะตัวของภาษานอร์เวย์ คิดว่าคงไม่เขียนต่อเรื่องรูปประโยคแล้วหละ หาอ่านการเขียนรูปประโยคได้จากมืออาชีพได้จากเว็บดังนี้

http://www.stolaf.edu/depts/norwegian/grammar/word-order.html
http://www.languageonthe.net/norsk/setningsbygning1.htm